ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ระยะเวลาในการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที โดยเมื่อฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขแล้วก็จะเห็นผลทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 ปกติแล้ว ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน ถึง 2 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสารฟิลเลอร์ที่ฉีด ความเหมาะสมของชนิดฟิลเลอร์และปัญหาของผิว และการดูแลหลังการฉีด ซึ่งผลที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์บางชนิดอาจไม่เห็นผลในทันทีหลังฉีด แต่จะค่อยๆ กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง สารฟิลเลอร์ประเภทนี้ ได้แก่ สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyalkylimide) สารโพลีแลคติกแอซิด (Poly lactic acid)

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับใคร

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย มีร่องลึกรอบดวงตา มุมปาก หรือบริเวณอื่นๆ และผู้ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้า รวมถึงช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบให้เปล่งปลั่ง และเต่งตึง ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

– การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาน้อย ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
– การฉีดฟิลเลอร์สามารถปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป
– การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มจุดบกพร่องที่ทำให้ดูสูงวัย เช่น ริ้วรอย ร่องลึกรอบดวงตา มุมปาก แก้มตอบ หลุมสิว ให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ในทันทีที่ฉีด แก้ปัญหารอยแผลเป็น และยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งตามความเชื่อได้อีกด้วย
– การฉีดฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นสารจากธรรมชาติที่สามารถสลายได้เอง ไม่มีปัญหาตกค้างในร่างกาย และมักไม่ทำให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

– หากใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงในบริเวณที่ฉีดได้
– หากคุณฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนจนเกิดพังผืด ซึ่งจะต้องไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแก้ไขเท่านั้น
– การฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือเลือกสถานพยาบาลที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะตำแหน่งที่ฉีดถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้คุณภาพของสารฟิลเลอร์ หากไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านกายวิภาค อาจฉีดในจุดที่ไม่ควรฉีดและทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

วิธีดูแลตนเองก่อนฉีดฟิลเลอร์

ห้ามรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด เช่น แอสไพริน (Aspirin) วิตามินอี สารสกัดใบแปะก๊วย ที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า หากกำลังรับประทานยา หรือมีประวัติการแพ้ยาใดๆ ก็ตาม จะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า

วิธีดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

– บางรายอาจมีอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปได้เองภายใน 2 วัน
– หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อบางชนิด เป็นเวลา 2 วันหลังฉีดฟิลเลอร์
– ห้ามนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3-4 ชั่วโมง
– ห้ามแต่งหน้า หรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิดหลังการฉีดฟิลเลอร์ 12 ชั่วโมง
– ห้ามออกกำลังกายภายใน 48 ชั่วโมงแรก
– หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่น ทำเลเซอร์ การใช้ไดร์เป่าผม ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมสลายได้เร็ว รวมทั้งห้ามถูหน้าแรงๆ ด้วย
– ควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน
– ทาครีมกันแดดทุกวัน

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์

– ปัจจุบันมีสารที่มีลักษณะคล้ายฟิลเลอร์ออกมามากมาย ซึ่งไม่ได้ถูกรับรองตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยา จึงควรขอแพทย์ตรวจสอบฟิลเลอร์ทุกครั้งก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น
– ควรใช้บริการจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเลือกสถานให้บริการที่ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้
– ห้ามฉีดฟิลเลอร์ในสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์อย่างง่ายๆ
– ปกติแล้วแพทย์จะแกะกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้คนไข้สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
– ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อจะมี Lot Serial No. รวมถึงหมายเลขอ้างอิงต่างๆ ซึ่งจะตรงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้ากล่อง ในกล่อง หรือตัวเข็ม
– สามารถเช็กฟิลเลอร์แท้ได้ โดยนำเลข Serial No. ไปสอบถามบริษัทที่นำเข้าหรือผลิต